Recent Articles

Posted พฤษภาคม 24, 2018No comments | Uncategorized, ความรู้สปา, หลักสูตร

รู้หรือไม่ การนวดในอดีตมีสองแบบ การนวดในปัจจุบันนั้นมีมากมายหลายแขนงแยกย่อยออกไปตามการพัฒนาศาสตร์ของการนวด

ซึ่ง การนวดแต่ละแบบมีข้อที่เหมือนกันคือเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด
ผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกายและกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ หากแต่ว่าในความเหมือนก็มีความแตกต่างค่ะศาสตร์ของการนวดแต่ละแบบนั้นมีความจำเพาะเจาะจงเพื่อรักษาอาการที่แตกต่างกัน
ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลป์ในการใช้เทคนิคการกด บีบ ดึง ต่างๆ เข้ามาช่วย
ซึ่งในบางรูปแบบก็จะมีการใช้น้ำมันหอมระเหยร่วมด้วย เพื่อให้เกิดการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งหากผู้ที่สนใจเรียนนวดก็สามารถเรียนเพื่อประกอบอาชีพได้โดยใช้บริการของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ค่ะแม้รูปแบบการนวดในปัจจุบันจีมีหลากหลาย แต่ที่มาของการนวดเกิดจากในสมัยอดีต ซึ่งมีเพียง 2
รูปแบบเท่านั้นคือ การนวดแบบทั่วไป (เชลยศักดิ์) และการนวดแบบราชสำนัก
ซึ่งทั้งสองแบบมีข้อแตกต่างกันคือการนวดแบบทั่วไป (เชลยศักดิ์)
เป็นการนวดโดยใช้วิธีของสามัญชนในสมัยโบราณมาจนถึงปัจจุบันที่ได้รับการฟื้นฟูให้เป็นที่นิยมโดยทั่วไป ซึ่งมีอยู่หลากหลายอย่างที่เห็นกันค่ะ
ก่อนเริ่มนวด หมอจะต้องพนมมือเพื่อไหว้ครูเสียก่อน ในขณะที่ผู้ป่วยนอนอยู่กับพื้น หลังจากนั้นหมอจึงเริ่ม
ต้นนวด จากเท้าขึ้นไปที่หัวเข่า
ไปสู่โคนขา และนวดท้อง หลัง ไหล่ ต้นคอ และศีรษะโดยไม่คำนึงถึงแขนจะงอ ศอกจะงอ ใช้ขา
ใช้เข่าในการช่วยนวดได้ เหมือนสมัยปัจจุบัน
การนวดแบบราชสำนัก
เป็นการนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงในราชสำนักผู้นวดต้องเดินเข่าเข้าไปหาผู้ป่วย ซึ่งนอนอยู่บนพื้น จนห่างจากผู้ป่วยราว 1 ศอก จึงนั่งพับเพียบและคารวะขออภัยผู้ป่วยโดยการไหว้หรือการกราบ หลังจากนั้น ผู้นวดจะคลำชีพจรที่ข้อมือและหลังเท้าข้างเดียวกันเพื่อตรวจดูอาการของโรค โดยพิจารณาจาการเต้นของชีพจรทั้งสองแห่งที่เรียกว่า ลมเบื้องสูงและลมเบื้องต่ำ เสียก่อนว่าเสมอกันหรือไม่ แล้วจึงเริ่มทำการนวดที่ต้องเน้นความสุภาพอย่างมาก จะไม่ใช้เข่า ไม่ใช้ขา และไม่งอแขนโดยเด็ดขาดค่ะ
ซึ่งต่างจากการนวดสามัญชนโดยสิ้นเชิง เรียนนวดก็ต้องมีการไหว้พ่อปู่ชีวกเหมือนกัน

Tags: ป้ายกำกับ:,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *