Recent Articles

Posted กันยายน 4, 2018No comments | ความรู้สปา

ปวดเอวด้านหลังในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคสมัยใหม่ ที่ควรระวัง

ปวดเอวด้านหลังในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคสมัยใหม่ ที่ควรระวัง

ปวดเอวด้านหลังการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในยุคสมัยใหม่อาจก่อให้เกิดโรคต่างๆขึ้นโดยไม่รู้ตัว  หากคุณสังเกตอาการแปลกๆของร่างกายอยู่เป็นประจำก็จะสามารถสังเกตเห็นความแตกต่างของสัญญาณเตือนต่างๆได้ อาการปวดตามร่างกายตัวเองก็เป็นหนึ่งในสัญญาณบอกโรคเช่นกันโดยเฉพาะอาการปวดเอวด้านหลังที่อาจเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อธรรมดาแต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นตัวบ่งบอกถึงโรคร้ายอย่างโรคไตก็เป็นได้  สาเหตุ

  1. เกิดอาการปวดเนื่องจากไตอักเสบหรือเป็นนิ่วที่ไต
  2. ยกหรือแบกของหนักก้มยกของผิดท่า
  3. เนื่องในท่าเดิมนานเกินไปสวมรองเท้าส้นสูงนาน นั่งหลังค่อมและรวมถึงนอนบนเตียงที่นุ่มเกินไป ประการหนึ่งหากเป็นอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบนอกจากความรู้สึกปวดเอวด้านหลังแล้วมันจะมีอาการร่วมคือรู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ มีไข้ และปวดบริเวรส่วนเอวด้านหลังเบาเบาๆก็ทำให้เจ็บมากได้

-มีอาการปวดจากการที่กระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาทจนอาจทำให้ปลายเท้าชาอ่อนแรงยกขาไม่ขึ้น

– หากอาการปวดจากโรคอาจทำให้เกิดภาวะกรดรุนแรงขึ้นมาเป็นระยะระยะวิธีรักษาหนึ่งพยายามนั่งให้หลังตรง และพยายามควบคุมร่างกายให้อยู่ในท่าที่หลังตรงไม่นั่งหลังค่อม

– หากจะต้องยกของหนักควรยกอย่างถูกวิธีหรือใช้เครื่องทุ่นแรงช่วยเช่นรถเครน

– ผู้ที่ต้องนั่งทำงานนานๆควรเปลี่ยนอิริยาบถและหาเวลาพักเพื่อยืดเส้นยืดสาย

– ไม่นอนบนเบาะหรือที่นอนที่นุ่มเกินไปเพราะจะทำให้กระดูกสันหลังผิดรูปแล้วอาจเกิดการกดทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการปวดขึ้นมาได้

หมั่นออกกำลังกายเบาเบาสม่ำเสมอเพื่อให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นช่วยบรรเทาอาการปวดและลดอาการบาดเจ็บได้เป็นอย่างดี การออกกำลังที่เหมาะสมกับผู้ที่ปวดกล้ามเนื้อ เช่น โยคะ พิลาทิส ว่ายน้ำ เป็นต้น

การนวดฝ่าเท้าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การดูแลสุขภาพ โดยการนวดกดจุดปรับสมดุลระบบต่างๆในร่างกายมากมาย ไม่เพียงแค่ลดความเมื่อยล้า ออกอาการ ใช้ชีวิตประจำวัน หรือแก้อาการปวดเริ่มต้นเท่านั้นสามารถเรียนนวดเท้าได้ง่าย ไม่จำกัดอายุหรือใช้ในการดูแลสุขภาพของตนเองและใช้ประกอบอาชีพเสริมสร้างรายได้อีกด้วย

หากมีอาการปวดร่วมกับภาวะข้างเคียงหรืออื่นๆควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริงเพื่อจะได้รักษาได้ทันท่วงที เพราะอาจเป็นอาการเตือนของโรคร้ายแรงหรืออื่นๆ

Tags: ป้ายกำกับ:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *